ิิ

 

 

หน้าแรก
ประวัติสถาบันวิจัยและพัฒนา
ตำแหน่งผู้บริหารตามลำดับ
นโยบายการดำเนินงานปี 2551
นโยบายการประกันคุณภาพและการศึกษา
โครงสร้างของสถาบันวิจัยและพัฒนา
ข้อมูลจำนวนคน เงิน อุปกรณ์ ครุภัณฑ์ อาคาร สถานที่
สรุปแผนการปรับปรุงตามผลการประเมินในรอบปีที่ผ่านมา
(ปีการศึกษา 2550) และเป้าหมายในปีปัจจุบัน
(ปีการศึกษา 2551)
สรุปผลการดำเนินงานและผลการประเมินคุณภาพการศึกษา
เทียบกับเกณฑ์เทียบกับเป้าหมายจุดแข็ง/จุดอ่อน และแนวทางการพัฒนาปรับปรุงในแต่ละตัวบ่งชี้
องค์ประกอบที่ 1 ปรัชญา ปณิธาน วัตถุประสงค์ และแผนการดำเนินการ
องค์ประกอบที่ 2 การเรียนการสอน

องค์ประกอบที่ 4 การวิจัย

องค์ประกอบที่ 7 การบริหารและการจัดการ
องค์ประกอบที่ 8 การเงินและงบประมาณ
องค์ประกอบที่ 9 ระบบกลไกการประกันคุณภาพ
สรุปผลการประเมินและทิศทางการพัฒนา
ตัวบ่งชี้เพิ่มเติมของ สมศ.
 

 

รายงานการประเมินตนเอง
(Self Assessment Report : SAR 9)
***ยินดีต้อนรับสู่ สถาบันวิจัยและพัฒนา ***
เจ้าของ : สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม 39/1 ถนนรัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม 10900 โทร: 0 2942-6900-90

 

ประวัติสถาบันวิจัยและพัฒนา

                สถาบันวิจัยและพัฒนา  มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม  มีประวัติความเป็นมาที่สลับซับซ้อน     พอสมควร                           มีความเปลี่ยนแปลงภายใต้พระราชบัญญัติ ถึง  6  ฉบับ  จึงขอสรุปประวัติความเป็นมาของสถาบันวิจัยและพัฒนา เป็นช่วงๆ              ตามพระราชบัญญัติ  คือ

                1.  ช่วงพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู  พุทธศักราช  2518-2526  ตาม  พ.ร.บ. วิทยาลัยครู  พ.ศ. 2518  ได้กำหนดให้มีแผนกบริการการศึกษา  อยู่ในสังกัดของสำนักงานอธิการบดี  มีการบริหารงาน  ในรูปแบบคณะกรรมการ  ประกอบด้วย  หัวหน้าแผนก  รองหัวหน้าแผนก  กรรมการและเลขานุการ  คณะกรรมการทุกคนมาทำงานด้วยความสมัครใจ  กำหนดบทบาทหน้าที่บริการวิชาการแก่ชุมชน  โดยงานบริการวิชาการ  ในช่วงนั้นเน้นการอบรมทักษะการสอนและการสร้างสื่อให้แก่ครู   สังกัดกรุงเทพมหานคร ในพื้นที่เป้าหมายมีการแบ่งกันดูแลรับผิดชอบในสหวิทยาลัยรัตนโกสินทร์  ในส่วนของจันทรเกษมได้รับมอบหมายให้ดูแล 8 เขต  คือ มีนบุรี  หนองจอก ลาดกระบัง  พระโขนง  บางกะปิ  พญาไท  ห้วยขวาง  บางเขน  ให้การอบรมวิชาทั่วไปแก่ครู  เช่น  เทคนิคการสอนและการสร้างสื่อคณิตศาสตร์  ภาษาไทย  ภาษาอังกฤษ ฯลฯ  สถานที่อบรมใช้สถานที่ของเขต  หรือโรงเรียนตามความเหมาะสมเป็นศูนย์กลางการอบรม  จนถึงปี  พ.ศ. 2521  มีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรประถมศึกษา  วิทยาลัยครูจันทรเกษมได้เลือกโรงเรียนวัดปลูกศรัทธา  เขตลาดกระบัง  เป็นโรงเรียนทดลองปฏิบัติการตามหลักสูตรใหม่  แผนกบริการการศึกษาจึงได้ร่วมกับฝ่ายฝึกสอนของคณะวิชาครุศาสตร์ วิทยาลัยครูจันทรเกษม  จัดโรงเรียนตัวอย่างที่โรงเรียนวัดปลูกศรัทธา  และต่อมาแผนก    บริการการศึกษาได้ใช้โรงเรียนวัดปลูกศรัทธาเป็นศูนย์กลางในการอบรมสัมมนาอีกหลายโครงการ  รวมทั้งการอบรมวิชาชีพให้แก่แม่บ้าน  และผู้สนใจเพิ่มขึ้นอีกด้วย  เช่น  อบรมเพาะเห็ด  อบรมประดิษฐ์ดอกไม้แห้งและสด ฯลฯ
                ต่อมาในช่วงปลายปีพ.ศ.  2524    หัวหน้าแผนกบริการการศึกษา  ได้รับตำแหน่งงานเพิ่มขึ้นคือ เป็นผู้ประสานงานโครงการ อ.ค.ป.(โครงการอบรมครูประจำการ)  มีที่ตั้งอยู่  ณ  สำนักส่งเสริม  วิชาการในปัจจุบัน  ในขณะนั้นงานการรับนักศึกษาภาคค่ำอยู่ในส่วนของฝ่ายบริการการศึกษา กอปรกับคณะวิชาครุศาสตร์ต้องการห้องทำงานคืน  ที่ทำงานของแผนกบริการการศึกษาจึงได้ย้ายขึ้นมา  ณ  ด้านขวามือของสำนักส่งเสริมวิชาการในปัจจุบัน  จนถึงปี  พ.ศ. 2527
                พ.ศ.2527  ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม  พ.ร.บ.  วิทยาลัยครู พุทธศักราช  2518  ครั้งที่  2  มีผลกระทบต่อ  โครงสร้างของหน่วยงาน  โดยเฉพาะแผนกบริการการศึกษา  เปลี่ยนเป็นศูนย์ฝึกอบรมและบริการวิชาการ  แต่โครงสร้างการบริหารก็ยังไม่ชัดเจนนัก  จนปี พ.ศ. 2528  ศูนย์ฝึกอบรมและบริการวิชาการได้ยุบรวมกับศูนย์วิจัย  เปลี่ยนเป็นศูนย์วิจัยและบริการการศึกษา  มีฐานะเทียบเท่าคณะวิชา       มีการแบ่งงานเป็น  3  ฝ่าย  ได้แก่                               1.     ฝ่ายวิจัยและเผยแพร่

  1. ฝ่ายส่งเสริมและบริการวิชาการ
  2. ฝ่ายฝึกอบรม

2.  ช่วงพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู  (แก้ไขเพิ่มเติม) พ.ศ.2527-2534
                ช่วงพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู (แก้ไขเพิ่มเติม) พ.ศ. 2527 – 2534 เป็นช่วงที่แผนกบริการการศึกษา  เปลี่ยนเป็นศูนย์ฝึกอบรมและบริการวิชาการและเปลี่ยนมาเป็นศูนย์วิจัยและบริการการศึกษา  หน่วยงานอื่นๆ  ก็มีการเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นเดียวกัน  บทบาทหน้าที่ในส่วนของงานโครงการอบรมครูประจำการกลับคืนสู่สำนักส่งเสริมเต็มรูปแบบ    ศูนย์วิจัยและบริการการศึกษาจึงได้ขอให้สถาบันจัดห้องสำนักงานให้และในที่สุดก็ได้รับอนุมัติให้อยู่อาคาร  4  ชั้น  4  ห้อง  442  (ปีกขวาบนสุด)  ปัจจุบันคือ  ห้องวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม  ในขณะเดียวกัน  ศูนย์วิจัยและบริการการศึกษา  ก็มีหน้าที่เพิ่มขึ้น  คือต้องดูแลงานวิจัยของสถาบันอีกส่วนหนึ่ง  จึงได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นจากเดิมอีกหลายหมื่นบาท  แต่ยังไม่ถึงหลักแสน  งบประมาณส่วนบริการการศึกษายังคงเกือบเท่าเดิม  จะเพิ่มขึ้นบ้างก็เพียงเล็กน้อย และส่วนที่เพิ่มชัดเจนคือ  งบประมาณด้านการวิจัย   คืองบประมาณสนับสนุนให้อาจารย์ทำงานวิจัย  และงบประมาณการจัดอบรมให้อาจารย์ก็อยู่ในกระบวนการทำวิจัย  การประมวลผล  การเขียนรายงานการวิจัย ฯลฯ
                สำหรับในส่วนของงานบริการการศึกษา  นอกจากจะอบรมเพื่อให้ครู  กทม.  ได้มีทักษะการสอนเพิ่มขึ้น  สามารถใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ  ได้แล้ว  ยังเพิ่มน้ำหนักไปที่การอบรมวิชาชีพที่กว้างขวางให้แก่ครู  ประชาชน  และผู้สนใจทั่วไป  เช่น  อบรมตัดเย็บเสื้อผ้า อบรมดัด เซทผม อบรมแกะสลัก อบรมการ ถักทอผักตบชวา  อบรมการทำขนมไทย ฯลฯ
                และด้วยเหตุที่สำนักงานของศูนย์วิจัยและบริการการศึกษาอยู่ถึงชั้น  4  คณะกรรมการอาจารย์  และบุคคลภายนอกที่จะมาประสานติดต่อด้วยนั้น  เป็นไปด้วยความยากลำบาก  ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง  แม้จะเป็นช่วงกลางวัน  แต่ถ้าไม่มีนักศึกษาเรียน  อาจารย์ที่ต้องนั่งทำงานในสำนักงานตามลำพัง จะไม่มีความปลอดภัย ในขณะเดียวกับที่มีการเปลี่ยนอธิการใหม่ ในปี พ.ศ.2533 มีการปรับสำนักงานรองอธิการบดีบางจุด  และจากเหตุผลความไม่ปลอดภัยดังกล่าว เป็นผลให้ศูนย์วิจัยและบริการการศึกษา ได้รับอนุมัติให้ย้ายสำนักงานลงมายังชั้น  1  คือ  ห้องประชาสัมพันธ์ปัจจุบัน  ต่อมาอีกไม่นานประมาณ  1 ปี  คือ พ.ศ.2534  มีการปรับสำนักงานอาคาร 4  อีกครั้ง ศูนย์วิจัยและบริการการศึกษา จึงได้รับอนุมัติให้ย้ายขึ้นมา  ณ  ที่ตั้งปัจจุบัน  คือ อาคาร  4  ชั้น  2  ห้อง  426

                3.  ช่วงสุดท้ายของการใช้ พ.ร.บ. วิทยาลัยครู  พ.ศ. 2534-2537
                      ช่วงที่  3  นี้  ถือเป็นช่วงสุดท้ายของการใช้  พ.ร.บ. วิทยาลัยครู  ศูนย์วิจัยและบริการการศึกษา  ณ  ที่ตั้งสำนักงานปัจจุบัน (อาคาร 4  ชั้น  2  ห้อง 426)  ยังคงมีบทบาทหน้าที่ที่สำคัญ  2  ประการคือ วิจัยและงานบริการการศึกษา  ในส่วนของงานวิจัยในยุคนี้ ก็ได้มีการเน้นการอบรมสัมมนาความรู้ทางด้านการวิจัย  ให้แก่อาจารย์อย่างต่อเนื่อง  โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยในสาขาต่างๆ มาให้ความรู้ ความเข้าใจ  รวมทั้งการขอรับทุนจากสถาบันเพื่อจัดสรรทุนสนับสนุนการทำวิจัยให้แก่อาจารย์ทำให้ได้รับงบประมาณมากขึ้นตามลำดับจนถึงหลักแสน  มีการโน้มน้าวเชิญชวนให้อาจารย์ทำวิจัยมาโดยตลอด และที่น่ายินดี    คือ ในช่วงนี้ได้มีการจัดสรรงบประมาณอุดหนุนงานวิจัยหรือปัญหาพิเศษ ให้แก่นักศึกษาโดยผ่านกระบวนการอาจารย์ที่ปรึกษางานวิจัย  และมีการทำสัญญาเช่นเดียวกับงานวิจัยของอาจารย์
4. ช่วงพระราชบัญญัติ  สถาบันราชภัฏ  พ.ศ. 2538-2541
ในปี  พ.ศ. 2538  มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏในราชกิจจานุเบกษา  เมื่อวันที่  24  มกราคม  2538  มีผลบังคับใช้ในวันที่  25  มกราคม  2538 วิทยาลัยครูเปลี่ยนเป็นสถาบันราชภัฏในบททั่วไป  มาตรา  7  “ให้สถาบันราชภัฏเป็นสถาบันอุดมศึกษา เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษาวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง  ทำการวิจัย  ให้บริการวิชาการแก่สังคม ปรับปรุงถ่ายทอดและพัฒนาเทคโนโลยี  ทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม  ผลิตครู  และส่งเสริมวิทยฐานะครู”
                  ตาม พ.ร.บ.  สถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538  มีผลให้มีการปรับโครงสร้างและชื่อหน่วยงานหลายหน่วยงาน  ศูนย์วิจัยและบริการการศึกษา  เปลี่ยนเป็น  สำนักวิจัยและบริการการศึกษา แต่ยังคงมีภาระหน้าที่ดูแลรับผิดชอบงานสำคัญของสถาบันอุดมศึกษา ถึง  2  งานอย่างเดิม  คือ งานวิจัยและ งานบริการการศึกษา
สำหรับงานวิจัยอื่นๆ  สำนักวิจัยฯ   ได้สนับสนุนส่งเสริมให้อาจารย์ได้สร้างงานวิจัยให้มากขึ้น  โดยจัดวิทยากรให้การอบรมมากขึ้น  ให้ทุนสนับสนุนมากขึ้น  และอำนวยความสะดวกอื่นๆ  เท่าที่จะทำได้  งานบริการการศึกษา  สำนักวิจัยฯ  ได้รุกลงไปยังกลุ่มคนผู้ด้อยโอกาสมากขึ้น เช่น โสเภณี  ผู้ต้องขัง               ที่ใกล้พ้นโทษ  ชุมชน-แออัด  โดยเฉพาะชุมชนเสือใหญ่  มีการตั้งกลุ่มซาเล้งพัฒนา เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น  ลดและเลิกสิ่งเสพติดทั้งปวง  กิจกรรมที่เป็นเครื่องมือให้เกิดการรวมกลุ่มได้แก่ งานสงกรานต์ วันน้ำทิพย์  การแข่งขันแรลลี่ซาเล้ง  การอบรมอาชีพเสริมให้เกิดความเข้มแข็งแก่ครอบครัว
5. ช่วง  พ.ศ.2542-2547
ในปี  พ.ศ.2542  ได้มีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ  เรื่องการแบ่งส่วนราชการในสถาบันราชภัฏ   จันทรเกษม  ให้แบ่งส่วนราชการเป็น  11  หน่วยงาน หนึ่งในสิบเอ็ดหน่วยงานคือ สำนักวิจัยและบริการการศึกษา  เปลี่ยนเป็นสำนักวิจัยและบริการวิชาการ  บทบาทภาระหน้าที่ยังคงเหมือนเดิมคือดูแลรับผิดชอบงานวิจัยและงานบริการวิชาการ
งานวิจัย ในปี  พ.ศ.2541-2542   สำนักวิจัยฯ ได้รับงบประมาณอุดหนุนการทำวิจัยของอาจารย์  เป็น  7  แสนบาท  ในขณะเดียวกันงบประมาณอุดหนุนงานวิจัยหรือปัญหาพิเศษของนักศึกษาก็ปรับขึ้นเป็น  500,000  บาท  มีผลให้การจัดสรรทุนคล่องตัวมากขึ้น  งบประมาณการจัดอบรมให้ความรู้ด้านวิจัย  ตัวเลขอยู่ในระดับเดิม  โดยเฉพาะในปี  2542  สำนักวิจัยฯ  ได้เน้นให้อาจารย์ทำวิจัยชั้นเรียนให้มากที่สุด  โดยจัดวิทยากรจากสภาวิจัย  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  เป็นพี่เลี้ยงดูแลให้คำแนะนำทุกขั้นตอนของกระบวนการวิจัยในชั้นเรียน ใช้เวลา  1  ปี แต่คาบเกี่ยวระหว่างปีการศึกษา               คือ  2542-2543  ส่วนของงานบริการวิชาการ  งบประมาณบางส่วนถูกลดลงแต่กรอบงานยังคงเหมือนเดิม  ซึ่งสำนักวิจัยฯ  ก็ได้พยายามปรับลด  เพื่อให้งานทุกงานที่เคยบริการให้แก่ชุมชนทุกกลุ่มเป้าหมายยังคงดำเนินไปได้

                  
                ในปี  พ.ศ. 2542  สำนักวิจัยและบริการวิชาการ  มีงานที่ริเริ่มอย่างโดดเด่นอีก  2  งาน  คือวันที่  12  พฤษภาคม  2542  ได้ริเริ่มจัดโครงการวิจัยราชภัฏพัฒนาท้องถิ่นขึ้น  ที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร  ตลิ่งชัน  โดยเชิญสถาบันราชภัฏทั่วประเทศส่งงานวิจัยเข้าแข่งขัน  เสนอผลงานเฉพาะพระพักตร์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี  และชิงรางวัลเข็มทองคำ นับเป็นประวัติศาสตร์ ที่สถาบันราชภัฏ             ได้แสดงศักยภาพทางด้านวิจัยร่วมกัน  ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สังคม  เพื่อลบล้างความเชื่อเก่า ๆ  ที่ว่า  สถาบันราชภัฏอ่อนงานวิจัย   ตลอดจนได้รับความร่วมมือจากอาจารย์ผู้บริหารและผู้สนใจเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง   จึงถือเป็นการจุดประกายงานวิจัยราชภัฏให้เป็นประเพณีสืบไป
วันที่  19  ธันวาคม  2542 สำนักวิจัยฯ  ได้จัดโครงการสร้างสรรค์วันรำลึกฉลอง เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา  6  รอบ  5  ธันวาคม  2542  สืบเนื่องจากโครงการสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์พัฒนาคลองฯ  เฉลิมพระเกียรติ  เมื่อวันที่  8  พฤศจิกายน  2541
                การจัดโครงการสร้างสรรค์วันรำลึกคลองในครั้งนี้   เน้นให้เป็นประเพณีและวัฒนธรรมของคนไทยที่มีความผูกพันกับคลองมาแต่โบราณ  เช่น  ประเพณีชักพระทางน้ำ  การบิณฑบาตรทางน้ำ  ตลาดน้ำ  การแข่งขันเรือพาย  เป็นต้น ฯพณฯ  พลอากาศตรี  กำธน  สินธวานนท์  องคมนตรี  ให้ความกรุณาเป็นประธาน  ใช้บริเวณหน้าวัดบางบัวเป็นที่จัดงาน  ได้รับความร่วมมือและความสนใจจากประชาชนในพื้นที่อย่างมาก
                การจัดโครงการดังกล่าว  เป็นยุทธวิธีหนึ่งในการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนริมคลอง เริ่มมีความคิดและความตระหนักในความสำคัญของคลอง  และร่วมมือกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทิ้งของเสีย         ทุกชนิดทุกประเภทให้ถูกวิธี  นับว่าได้รับความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง
                6. ช่วงพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2548-ปัจจุบัน
                    เป็นช่วงที่ร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยราชภัฏทุกแห่ง ได้ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะ      รัฐมนตรีพิจารณา  แล้วเสนอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ลงนามโปรดเกล้าฯ ให้สถาบันราชภัฏทุกแห่งเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2548 และประกาศใช้เมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2548  ทำให้โครงสร้างระบบบริหารภายในของมหาวิทยาลัยทุกแห่งเปลี่ยนไปด้วย  โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม มีโครงสร้างภายใน 10 หน่วยงาน  และสำนักวิจัยและบริการ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น สถาบันวิจัยและพัฒนา              ซึ่งเป็นหน่วยงาน 1 ใน 10 หน่วยงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม

 

เจ้าของ : สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม 39/1 ถนนรัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม 10900 โทร: 0 2942-6900-90